เข้าป. 1 ไม่ได้ ใช่ว่าเป็นคนโง่

แนะสพฐ.ปรับหลักสูตรให้ความสำคัญกับการวางพื้นฐานชีวิตให้กับเด็กปฐมวัย หลักสูตรประถมศึกษาตอนต้นต้องเชื่่อมโยงอนุบาลเน้นสมรรถถนะตามวัย “จริงๆแล้วเด็กประถมวัยคือตั้งแต่อนุบาล1-ป.3 การเรียนการสอนที่ถูกต้องควรเน้นให้เรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อมตามสมรรถนะตามวัยของเขา เน้นการเรียนให้สนุก เรียนรู้กับธรรมชาติตามพัฒนาการของเด็ก เป็นการเรียนรู้วิชาการตามสมรรถนะของวัย

ที่เตรียมความพร้อม ให้อ่านออกเขียนได้เพื่อให้สามารถเรียนต่อได้ในชั้นที่สูงขึ้น และจริงๆแล้วการที่เด็กสอบเข้าป.1 ไม่ได้ไม่ได้หมายความว่าเด็กคนนั้นโง่เสมอไป เพราะโรงเรียนบางแห่งเน้นด้านวิชาการแต่เด็กยังไม่มีความพร้อมก็อาจจะสอบไม่ได้ หรือเรียนมาทางด้านเตรียมความพร้อมตามสมรรถนะก็อาจจะสอบไม่ได้เช่นกัน แต่ในระยะยาวอาจจะเรียนได้ดีและประสบผลสำเร็จในชวิตก็ได้” รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ ประธานคณะอนุกรรมการเด็กเล็ก ในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าว ในฐานะที่คร่ำควอดในวงการศึกษาปฐมวัย เป็นครูสอนเด็กป.1 มาตลอด 40 ปี ที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รศ.ดร.ดารนี อธิบายว่าได้มีการคุยกันในคณะอนุกรรมการเด็กเล็ก และนักวิชาการทางด้านปฐมวัย ทุกคนเห็นตรงกันว่าสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำเป็นต้องปรับหลักสูตรปฐมวัย ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันทีเปลี่ยนแนวคิดและวางรากฐานการสอนเด็กปฐมวัยกันใหม่ ให้มีรากฐานที่มั่นคงในการเรียนรู้ไปตลอดชีวิต เพราะเด็กช่วงนี้จะเป็นช่วงที่สมองเติบโตเร็วที่สุด และพร้อมที่จะรับการเรียนรู้ที่เหมาะสม สอนง่าย ต้องสร้างความตระหนักให้ทั้งสังคมเห็นว่าการปฐมวัย ช่วงตั้งแต่ 0-8 ขวบ เป็นพื้นฐานทั้งชีวิตของเด็กทุกคน เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมากกับการวางพื้นฐานชีวิตให้กับเด็กปฐมวัย เพราะฉะนั้นหลักสูตรประถมศึกษาตอนต้นต้องเปลี่ยน ไม่ต้องเน้นเรียน 8 กลุ่มวิชาแล้ว แต่ต้องยึดให้มีการเรียนการสอนแบบต่อเนื่องจากอนุบาล ขณะเดียวกันก็เตรียมความพร้อมให้มีทักษะอ่านออกเขียนได้พร้อมกัน ก่อนจะไปถึงชั้นประถมศึกษาตอนปลายที่จะเรียกใหม่ว่าเป็นระบบทางการ ซึ่งไม่ใช่เริ่มตั้งแต่ชั้น ป.1 แต่ควรเริ่มต้นที่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ขึ้นไป เมื่อเด็กถูกเตรียมความพร้อมมาแล้ว พอขึ้นชั้นป.4 พวกเขาก็จะสามารถเรียนรู้วิชาการทั้ง 8 กลุ่มสาระทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ พละ ศิลปะ ดนตรี และสังคม ได้ดีขึ้น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth